ปัจจุบันได้มีการพัฒนาการผลิตยางสังเคราะห์เพื่อให้ได้ยางที่มีคุณสมบัติตามความต้องการในการใช้งานที่สภาวะต่างๆ เช่น ที่สภาวะทนต่อน้ำมัน ทนความร้อน ทนความเย็น ทรต่อสารเคมี สัมผัสอาหาร สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับโรงงานหลายหลาย  ได้แก่ ไปผลิตเป็นฉนวนสายเคเบิ้ล,ยางสายพาน,ยางของประตูรถยนต์,ปะเก็น,ซีล,พื้นรองเท้า,จุกนม ฯลฯ

ยางธรรมชาติ
(Natural Rubber Sheet)

เหมาะกับงานที่ต้องการความเหนียว ความทนทาน แต่ไม่สัมผัสน้ำมันทนต่อของเหลวที่มีขั้ว เช่น อะซิโตน หรือ แอลกอฮอล์ ทนกรด ด่างเจือจางได้ดี ไม่ทนต่อน้ำมันปิโตรเลียมหรือตัวทำลายมีขั้ว อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -5°C ถึง 70°C

ยาง NBR
(Nitrile Rubber Sheet)

 เหมาะกับงานที่สัมผัสน้ำมัน ทนทานต่อความร้อนและต้านทานต่อการขัดถูได้ดี ทนต่อน้ำมัน น้ำมันสัตว์ น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ไม่ทรต่อกรดแก่และขอลเหลวที่มีขั้ว เช่น คีโตน เอสเทอร์ เบนซิน โทอูลีน อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -10°C ถึง 90°C

ยาง CR
(Neoprene Rubber Sheet)

เหมาะกับงานที่ทนต่อการติดไฟ น้ำมัน สภาพอากาศและโอโซน ทนต่อการบวมพองในน้ำมันได้ดีกว่า NBR และทนต่อกรดด่างได้ดีกว่ายางธรรมชาติ ไม่ทนต่อน้ำมันเชื้อเพลิงไฮโดรคาร์บอน อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -10°C ถึง 90°C

ยาง EPDM
(Ethylene Propylene Diene Rubber Sheet)

เหมาะกับงานที่ทนต่อความร้อน ความเย็นได้สูง ทนทานต่อสารเคมีสภาพกรดด่าง และทนต่อตัวทำละลายที่มีขั้วได้ดี เช่น แอลกอฮอล์ น้ำมันพืช และน้ำมันไฮโดรลิค อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -20°C ถึง 120°C

ยาง SC
(Silicone Rubber Sheet)

เหมาะกับงานประเภท Food Grade ทนความเย็นและความร้อนได้ดี ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -40°C ถึง 220°C

ยาง VITON
(Fluoride Rubber Sheet)

เหมาะกับงานที่ต้องการความทนทานต่อความร้อน โอโซนสารเคมีและเปลวไฟ ทนต่อการบวมพองในน้ำมันร้อน น้ำมันปิโตเลียม น้ำมันเชื้อเพลิง อุณหภูมิที่ใช้ได้ช่วง -50°C ถึง 250°C

ยางสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร
(Food Grade Rubber Sheet)

เป็นยางผลิตจากวัสดุที่ไม่ก่อสารพิษและไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อุณหภูมิใช้ได้ช่วง -5°C ถึง 50°C