เป็นการนำเส้นลวดหลายเส้น (จำนวนเส้นขึ้นอยู่กับช่องหรือตาที่ต้องการ) มาเรียงกันอย่างมีระเบียบตามแนวนอนขนานไปกับเครื่อง ทอแบบสลับกันซึ่งลักษณะการทอนี้มี 2 รูปแบบ ดังนี้

Plain weave ลักษณะการอจะคล้ายกับการทอผ้าทั่วไป ในขั้นแรกนำเส้นลวดเส้นแรกวางลอดข้างใต้ จากนั้นวางข้ามเส้นต่อไปเรื่อยๆ โดยโครงสร้างจะเป็นแบบลักษณะ ขึ้น1 ลง 1 ทั้งในลวดแนวตั้ง และแนนอน ลักษณะช่องจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส รับกับสิ่งที่จะมาปะทะกับตัวตะแกรง ความละเอียดของตะแกรงที่สามารถทอได้สูงสูดสำหรับลายนี้อยู่ประมาณ MESH 500

Plain Dutch Weave ลักษณะการทอจะคล้ายกับ Plain weave แต่มีการทอเพิ่มขึ้นอีก 1 ชั้น เป็นการอแบบ 2 ชั้น โดยโครงสร้างจะเป็นแบบลักษณะ ขึ้น 1 ลง 1 การทอจะใช้เส้นลวดด้านหนึ่งที่มีขนาดใหญ่และระยะห่างมากกว่าเส้นลวดที่ขัดกันในแนวขวาง ส่วนอีกด้านหนึ่งการทอ จะใช้เส้นลวดที่มีขนาดเล็ก(ละเอียด) และระยะห่างน้อยจะเรีบงชิดกันเส้น ต่อ เส้น จึงทำให้เกิดช่องชิดกัน มีควาหนาแน่น ความแข็งแรงและทนทานยาวนาน จึงมีประสิทธิภาพดีมากกว่าการทอแบบ Plain weave การทอแบบนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ” ตะแกรงลายเสื่อ “